ไม่รู้จักพอ

posted on 17 Aug 2008 23:09 by alonniy  in simply

ในที่สุดฉันก็ได้เข้าใจความจริงอะไรบางอย่าง

หลังจากเฝ้าถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน อ่านหนังสือไม่รู้ตั้งกี่เล่ม

ที่ฉันเฝ้าสงสัยมาตลอดว่า

"ฉันขาดอะไรไป"

"ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่มีความสุขอยู่ตลอดเวลา" 

------------------------- 

ย้อนกลับไปมองตอนที่อยู่ปี 3 ปี 4  ที่ฉันเรียนหนักมาก

ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามตีสี่เพื่อไปเรียนให้ทันแปดโมงเช้า

(หอฉันอยู่ไกลน่ะ ต้องถ่อไปเรียนถึงท่าพระจันทร์ )

เลิกเรียนตอนบ่ายสามกว่าๆ ก็นั่งใช้คอมที่มหาลัยทำงาน เพราะไม่มีคอมส่วนตัว

กว่าจะกลับถึงหอก็สามสี่ทุ่ม นั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้านต่อถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง 

ทำแบบนั้นอยู่สองปี เหนื่อยมาก  แต่ฉันมีไฟ มีใจที่จะทำ มีแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาทำ

ทั้งๆ ที่ตอนนั้นฉันไม่มีเงินเดือน

ไม่มี PS2

ไม่มีนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

ไม่มี Macbook

ไม่มีกระเป๋า dapper

ไม่มีรองเท้า Converse หนัง

มีน้อยกว่าตอนนี้ทุกอย่าง  แต่ฉันมีความสุข มีความฝัน มีกำลังใจ มีไฟ  

----------------------- 

ดูรอบๆตัวสิ accessories พวกนั้นที่ฉันเคยได้แต่ฝันถึง ตอนนี้ฉันมีหมด

แต่ฉันกลับรู้สึกขาด  ไฟนั้นมันดับไปตอนไหน เพราะอะไร

ทำไมฉันคอยแต่ไปมองหาสิ่งที่ยังไม่ได้มา

ไม่พอใจกับสิ่งที่มีซักที ฉันรู้ดีว่า ถ้าฉันไม่ปรับ attitude นี้ ฉันคงไม่มีวันมีความสุข

ต่อให้เปลี่ยนงานอีกที่ครั้ง ได้เงินเดือนเพิ่มอีกกี่พัน มีแฟนอีกซักกี่คน ฉันก็คงไม่มีวันมีความสุข  

เพราะไม่รู้จักพอ

-----------------------

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว  

หลังจากการเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก  

ว่าสิ่งที่ฉันขาดไป คือ ความรู้จักพอ  

ง่ายๆ แค่นั้นเอง ...... 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมรออยู่ว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะยอมรับ และเข้าใจมันเหมือนกันครับ ความรู้สึกที่มันไม่พอนี้มันช่าง ยาวนานและไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความสุขเลยสักนิด

#1 By Bonnnn on 2008-08-18 14:37

หลวงพี่สมปอง ท่านเทศน์ได้สะอึกดี

สมัยเป็นเด็กประถม ทำไอ้โน่นไม่ได้ ไอ้นี่ไม่ได้ แต่เด็กมัธยมทำได้
ก็นึกว่า พอขึ้นมัธยมแล้ว จะเป็นสุข

พอขึ้นมัธยมต้น ก็ถูกห้ามบางอย่างอีก แต่เด็กม.ปลายทำได้
ก็นึกว่า พอขึ้นม.ปลายแล้ว จะเป็นสุข

ครั้นพอขึ้นม.ปลายแล้ว ก็นึกว่า เข้ามหาลัย แล้วจะเป็นสุข

ครั้นพอเข้ามหาลัยแล้ว ก็นึกว่า จบแล้วจะเป็นสุขซะที

แต่พอจบแล้ว ก็ไม่มีงานทำ ก็นึกว่า มีงานทำแล้วจะเป็นสุข

พอมีงานทำแล้ว เหงาอะ ไม่มีแฟน ก็คิดว่า แต่งงานแล้วจะเป็นสุข

ครั้นพอแต่งงานแล้ว ไม่มีลูกไว้โม้กับเพื่อน ก็คิดว่า มีลูกแล้ว คงจะเป็นสุข

สรุปแล้ว เราคิดว่า เดี๋ยวมันคงจะเป็นสุขไปตลอดชีวิตเลยครับ

ถ้าคิดไม่ได้ว่า ความสุขมันอยู่กับปัจจุบัน ที่เป็นอยู่นี่แหละ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ฯ

#2 By Dhammasarokikku on 2008-08-22 23:07

... มีร้อยล้าน ก็ไม่รวยครับ ถ้าอยากได้พันล้าน ...
... แต่มีร้อยเดียวก็รวยได้ ถ้าอยากได้แค่ยี่สิบ ...
...
... พระพุทธเจ้าท่านสอนเสมอมาให้อยู่กับ 'ปัจจุบัน' ...
... การมีความสุข มีความพอใจอยู่กับ 'ที่นี่, เดี๋ยวนี้' ...
... นี่แหละ ความสุขที่แท้จริงของชีวิตหละ ...
...
... มันก็แปลกดีนะ ท่านสอนชาวพุทธทุกคน ...
... แต่มันมีชาวพุทธแค่บางคนเท่านั้นที่เข้าใจ ...
... เพราะเด็กส่วนมากก็ยังคิดว่า ศาสนา ธรรมะ ...
... เป็นเรื่องของคนแก่ ...

#3 By pixel (76.184.53.212) on 2008-08-30 22:53