simply

ศีลห้า

posted on 15 Aug 2008 10:49 by alonniy  in simply

วันนี้วันศุกร์ เย้ๆ 

เร็วดีเนอะ ทำงานไปบ่นไป เผลอแพล๊บเดียวจะวันหยุดอีกแล้ว  

--------------------------- 

ช่วงนี้กำลังพยายามรักษาศีลห้า

ข้อหนึ่งนี่ลำบากนิด ฉันมือไว ตบยุงทีไม่ค่อยรู้ตัว มันกัดปุ๊บ ตบป๊าบบบบ ศีลแตกเรยย   

ข้อสอง วุ้ย ง่าย ฉันไม่ขโมยของใคร

ข้อสามง่ายใหญ่ ฉันไม่มีไปจุ๊กกรูกับใครมานานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (23 ปี เท่าอายุเรยย ) และแน่นอนฉันไม่ยุ่งกับแฟนใคร 

ข้อสี่ อันนี้ยากสุด เป็นคนมีกรรม ปากไว ปากเสีย ชอบจิกกัด ประชด พูดไม่เพราะ ชอบนินทา สารพัดอย่างเลยครับท่านผู้ชม

สุดท้าย ข้อห้า ง่ายสุดๆ ฉันไม่ชอบกินเหล้า ไม่อร่อย แหว่ะ  

---------------------------  

ขนาดพยายามเริ่มที่ง่ายๆ แค่รักษาศีล ยังลุ่มๆดอนๆ ขนาดนี้  

แต่ฉันก็พยายามนะ ตอนเย็นๆ ก็พยายามทบทวนน่ะ ว่าพูดอะไร ทำอะไรไม่ดีไปบ้าง  

อารมณ์จี๊ดๆ มันพุ่งขึ้นมาตอนไหน ทำไมอารมณ์ดี ทำไมอารมณ์เสีย

พยายามนะ พยายามเข้า  ยิ่งทำงานกับตาบอสคนนี้ที่อารมณ์แปรปรวนอย่างแรง  

เดี๋ยวอารมณ์ดี เดี๋ยวอารมณ์ร้าย เอาแน่นอนไม่ได้เลยแต่ละวัน  

แถมภาษาอังกิดไม่แข็งแรง พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง  

ฉันต้องฝึกตัวเองให้มั่นคงเข้าไว้  ไม่งั้นคนที่จะบ้าคงเป็นฉันนี่แหล่ะ 

 

นั่นๆ ผีเข้า อีกแล้ว ครับท่านผูชม  ไปก่อนดีก่า   

 

In the mood for love

posted on 08 Aug 2008 09:54 by alonniy  in simply

จั่วหัวไว้ซะโรแมนติคเชียว ครึๆ 

พอดีช่วงนี้เริ่มอารมณ์คงที่ พยายามเอาหลักการที่อ่านหนังสือธรรมะมานับร้อยมาปฏิบัติ

เลยสบายตัวขึ้นเยอะ ....

จริงๆ อาทิตย์นี้ทำงานหนักมากทีเดียว ร่อนไปร่อนมาหลายที่

โอทีกันเป็นว่าเล่น แต่ฉันก็ยังรู้สึกโอเคนะ

ไอ้เหนื่อยมันก็เหนื่อยแหล่ะ (เมื่อวันพุธลากยาวถึง สามทุ่มแหน่ะ )

แต่ฉันก็พยายามคิดว่า  เดี๋ยววันนี้มันก็ผ่านไป เดี๋ยววันศุกร์ก็มา.....

............................... 

อีกอย่างระหว่างที่ไปทำงานนอกสถานที่ ก็ได้โอกาสในการสแกนคนหน้าตาดี  

(ในออฟฟิซมีแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ทั้งน้านนน)

แบบว่านักข่าวจากหลายๆ ที่มารวมกัน คุณน้องเลยได้ทีแทะโลมไปทั่ว  

แต่อย่าเพิ่งอย่างงั้นอย่างงี้  เค้าแทะโลมแค่ทางสายตาหรอก ไม่ได้ลวนลามไปถึงไหนถึงไหน 

แหมๆ ก็ฉันไม่มีแฟนนี่นา ขอนิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอก

ไอ้เราก็โดนแทะโลมมิใ่ช่น้อย  ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้ง PR มารุมๆ กันให้วุ่นวาย

แต่ดีที่เค้ามารุม เพราะเวลามีเอกสารอะไรนี่ ฉันไม่ต้องเดือดร้อนไปหาเลย มีคนเอามาให้หมด  (ได้เกินอีกตะหาก)

จะไปกินข้่าวก็พาไป ถึงเวลาแถลงข่าวก็มาตาม สบายทุกสิ่ง อิอิ

เห็นมั้ยช่วงนี้คนตัวเล็กกะลังอิน 

..............................

แถมเมื่อวานได้กินอาหารญี่ปุ่นฟรี นายพาไปเลี้ยงที่โรงแรมที่ไปหาข่าวนั่นล่ะ  

แพงมากกกกกกกกก  

สองคนปาเข้าไปเกือบสามพัน

ดีนะไม่ได้ออกซักบาท ไม่งั้นคงเครียดมาก 

แต่ฉันว่า ตอนเดินเค้าไปในร้าน พนักงานมองแปลกๆ  

ฉันไม่ได้หารายได้พิเศษแบบนั้นนะ  

แต่จะว่าไป  ถ้ามีคนจะซื้อก็ดีสิ.......

 

เพิ่งไปคุ้ยเจอเพลงพี่ติ๊นา...(ต้องใช้คำว่าคุ้ย เพราะเพลงมันนานมาแล้วเก็บไว้แผ่นไหนก็จำไม่ได้ )

เนื้อเพลงโดนใจ (อีกแล้ว)

อย่างที่เคยมีคนพูดไว้ (ใครไม่รู้...) ว่า ไม่มีใครทำร้ายเราได้ ถ้าเราไม่อนุญาต

สุดท้ายแล้ว คนที่เลือกจะเจ็บก็คือตัวเราเอง

คนที่เลือกจะจมอยู่กับความเจ็บปวดก็คือตัวเรา

 

"เจ็บที่เคยมีใครทำร้าย ทำร้ายมาครั้งนึง 

แต่ว่าใจเราเอง ทำลายตัวเอง ไม่จบไม่สิ้นไป"   

 

ฉัยว่าเพลงไทยเดี๋ยวนี้ก็มีเนื้อหาแฝงธรรมะเยอะขึ้นนะ (เอ๊ะ...หรือว่ามีนานแล้ว แต่ฉันไม่ฟังเอง)

หรืออาจจะจะเป็นเพราะว่า โตขึ้นเจอความทุกข์มากขึ้น  

ฉันเลยต้องพยายามหาวิธีลดความทุกข์  

ตัวฉันเองก็เพิ่งวางมีดเล่มที่เคยใช้ทำร้ายตัวเองมานานหลายปี

กว่าจะวางได้ กว่าจะทำได้ก็นาน แต่ทำได้แล้วสบายใจมาก  

มาพยายามกันเถอะ....วางมีดลงเถอะ

อาจจะต้องใช้เวลา (เผื่อบางคนมีหลายเล่ม)  

แต่ฉันเชื่อว่ามันคุ้มค่า ... 

"ได้เวลาวางมีดได้หรือยัง 
พอได้ไหม รักตัวเองได้แล้ว"

  

ธรรมะในเพลง

posted on 15 Jul 2008 23:24 by alonniy  in simply

มีใครชอบเพลงนี้​  "คืนอันเป็นนิรันดร์" เหมือนฉันบ้าง 

ฟังเพลงนี้ครั้งแรกตอนดูหนังเรื่อง "รักแห่งสยอง"

โอ๊ะ...ไม่ใช่ "รักแห่งสยาม"  

ตอนฟังคลอไปกับหนังนี่แบบจี๊ดมาก ท่านผู้ชม

ฉากช่วงนั้นกำลังเศร้า มิวกำลังฟัีลลิ่งดาวน์สุดๆ

ฉันก็อินกับเนื้อเพลงมากมาย  

บวกกับธรรมชาติของคนที่เรียนแต่ภาษามาตลอดชีวิตเยี่ยงฉัน

( ศิลป์ ภาษาตอน ม.ปลาย  เข้ามหาลัยก็เลือกเรียนเอกภาษาอีก )  

ฉันจะจับคำพูดโดนๆ ได้เร็วมาก  โดยเฉพาะท่อนเกือบจบนี่ ฉันฟังแล้วจุกอกเลยทีเดียว  

 

"เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ

เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์

วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์

 

ตอนจบนี่ทิ่มแทงมาก

แถมช่วยอธิบายคำว่า คืนอันเป็นนิรันดร์  

ว่าจริงๆ แล้วคำนี่ไม่ได้หมายถึง  การท้อแท้หมดหวังเลย

แต่กลับเป็นคำพูดของคนที่เข้าใจความทุกข์และเข้าใจธรรมชาติ

ว่า ไม่มีอะไรยั่งยืน  ไม่มีกลางวันตลอดไป ไม่มีกลางคืนตลอดไป  

ไม่มีความสุขชั่วกาลนาน ไม่มีความทุกข์ชั่วกัปชั่วกัล

 

ฉันชอบเพลงนี้เพราะมันช่วยสอนอะไรได้เยอะ

สอนธรรมะในเพลงป๊อป

ร้องไปเตือนตัวเองไป....ได้ใจฉันไปเต็มๆ    

 

เพราะฉันเป็นคนชอบคิดมากแบบไร้สาระ

แล้วก็กลัว  กังวลแบบไม่มีเหตุผลอยู่บ่อยๆ

แล้วก็ไม่มีใครให้คำตอบหรือคำแนะนำดีๆ ได้เลย

จนฉันมาเริ่มอ่านหนังสือธรรมะ + หาธรรมะจากสื่อรอบตัว

เลยเริ่มได้คิดอะไรๆ ในทางที่ดีมากขึ้น

ใครบอกธรรมะเป็นเรื่องของคนแก่ ฉันเถียงขาดใจ.... 

  

Take 5

posted on 29 May 2008 13:35 by alonniy  in simply

So desperate!!

Well..I guess there's a price to be paid if you wanna won your freedom.

Living alone and try your best to stand on your won feet in a big city isn't easy. 

 But then I'm not gonna give up that easy...not this time. 

-------------- 

 จนๆ จนมากมาย

แต่ก็นะ โทษใครไม่ได้ เวลามีตังค์ดันไม่เก็บหาเรื่องกินจนหมด 

ตอนนี้เลยต้องอดไปตามระเบียบ

แล้วก็ต้องเร่งแปลงานเอามาเป็นค่าใช้จ่าย  

ว่าแต่ว่า เวลาจวนตัวนี่หัวสองแล่นปรู๊ดเลยนะ...!!?

-------------

ช่วงนี้เริ่มติดนิสัยแปลกๆชอบกดฟังเพลงแบบซ้ำๆ

ฟังย้อนไปย้อนมา 4-5 รอบ ฟังแล้วฟังอีก

นี่ก็ติดเพลง Take 5 ของ Utada Hikaru

ด้วยความที่เพลงทันฟังหลอนๆ ลอยๆ

เลยยิ่งกดฟังอยู่นั่นล่ะที่นี้ ใครมาร่วมแจมฟังด้วยคงปวดขมองน่าดู  

 

edit @ 11 Jun 2008 12:51:08 by SLeePiNg FoReSt